ชมรมเปอโยต์ฟอร์ยู ประเทศไทย ++ Peugeot4You Club Thailand: " อย่าหนีนะ เจ้าเด็กขี้ขโมย " - ชมรมเปอโยต์ฟอร์ยู ประเทศไทย ++ Peugeot4You Club Thailand

Jump to content

ชมรมเปอโยต์ฟอร์ยู ประเทศไทย ++ Peugeot4You Club Thailand


คุณต้องลงทะเบียนสมัครสมาชิก Register เพื่อ Sign In เข้าสู่ระบบ

ถึงจะมองเห็นหมวดหมู่อื่นๆในเว็บมากขึ้นกว่านี้

และสามารถโพสต์ ดาวน์โหลด รวมถึงการมองเห็นรูปภาพต่างๆในเว็บนี้ได้

เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้วอย่าลืมกลับไปเช็คอีเมล์ที่ส่งกลับไปให้คลิกยืนยันด้วย

กรุณากรอกอีเมล์ให้ถูกต้อง ถ้าใช้อีเมล์ปลอม จะสมัครไม่ผ่านนะครับ

Guest Message © 2010 DevFuse
หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งหัวข้อใหม่ได้
  • คุณไม่สามารถตอบกระทู้นี้

" อย่าหนีนะ เจ้าเด็กขี้ขโมย " ให้คะแนนหัวข้อนี้: *---- 1 Votes

#1 User is offline   Heng 

  • Time proving people..
  • Icon
  • กลุ่ม: Admin
  • โพสต์: 2952
  • สมัครเมื่อ: 09 August 06
  • Facebook:
  • เพศ:ชาย
  • จังหวัด:เจริญนคร , ราชประสงค์ , เอกชัย , บางบอน กทม

โพสต์เมื่อ 30 July 2010 - 11:12 น.

'อย่าหนีนะ เจ้าเด็กขี้ขโมย'
เสียงผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกนลั่นพร้อมกับมีเด็กคนหนึ่งกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งวิ่งผ่านฉันกับแม่ที่กำลังซื้อเนื้อหมูในตลาดไปอย่างรวดเร็วทั้งแม่และฉันหันไปดูทันเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นแค่แวบเดียว

แม่ถามฉันว่า 'อ้าวนั่นป้าร้านขายของไม่ใช่เหรอ' 'ใช่จ้ะแม่ แกวิ่งไล่ใครกันละ' ป้าคนนั้นชื่อว่า 'ป้าหนอม'เป็นแม่ค้าขายของชำสารพัดอย่างในตัวตลาดในอำเภอที่ฉันอยู่มีฐานะจัดว่าดีกว่าแม่ค้าคนอื่นๆ ในละแวกเดียวกันและเป็นที่รู้จักกันว่าแกเป็นคนที่ขี้เหนียวอย่างร้ายกาจแถมปากจัดที่สุดในตลาดอีกด้วย ใครต่อราคาของมากเกินไปหรือถามราคาแล้วไม่ซื้อป้าแกจะโวยวายชนิดต้องรีบเผ่นออกจากร้านแทบไม่ทันทีเดียวเสียงเอะอะดังมากขึ้นฉันหันไปมองป้าหนอมจับข้อมือเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 12-13 ขวบไล่เลี่ยกับฉันซึ่งกำลังดิ้นรนอยู่ และป้าแกกำลังจะลงไม้ลงมือ


แม่จึงเดินเข้าไปถาม 'พี่หนอม มีไรหรอคะ' 'ก็คุณเด็กเวรนี่นะสิ มันมา ทำทีขอซื้อยาแก้ปวดกับยาธาตุพอฉันหยิบส่งให้ มันก็วิ่งหนีมาเลย เงินก็ไม่จ่าย' พูดจบป้าหนอมก็ตบหัวเด็กคนนั้นอย่างแรงหนึ่งทีและคงจะมีตามมาอีกหลายทีแน่ถ้าแม่ฉันไม่ห้ามไว้ 'ตายแล้วพี่หนอม อย่าถึงกับลงไม้ลงมือกันเลยนะ แล้วนี่จะทำไงต่อ' แม่รีบตัดบทเพราะเห็นว่าเรื่องราวชักจะไปกันใหญ่ 'เรียกตำรวจมาเอามันไปเข้าคุกนะสิ เสียนิสัยพ่อแม่ไม่สั่งสอนยังเด็กตัวแค่นี้ก็รึจะเป็นขโมยซะแล้ว ต่อไปก็คงต้องปล้นเขากินหละ'ฉันสะกิดแม่ทันทีพร้อมกับมองพลางส่ายหัวน้อยๆทำนองว่าอย่าไปยุ่งดีกว่าแม่มองฉันแล้วมองเด็กคนนั้น ซึ่งท่าทางเหมือนกำลังจะร้องไห้แม่นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปพูดกับป้าหนอมว่า 'อย่าให้ถึงอย่างนั้นเลยนะพี่หนอมเด็กมันคงอยากซื้อยาแต่ไม่มีเงินนะ เอาเป็นว่าฉันจ่ายให้ละกันนะกี่บาทกันละ' ในที่สุดเรื่องก็จบลงโดยการที่แม่ยอมจ่ายเงินค่ายาแก้ปวดกับยาธาตุแล้วแม่ก็จูงเด็กคนนั้นออกมาจากตลาดแต่ป้าหนอมยังไม่วายเตือนแม่ 'ใจดีกับเด็กขี้ขโมยแบบนี้ ระวังจะเสียใจทีหลังนะเธอ'

แม่ไม่ได้ตอบอะไรแต่พอเดินห่างจากร้านพอสมควรแล้วก็ถามว่า 'ทำไมหนูขโมยของป้าเขาละ' เด็กคนนั้นเงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมองแม่ แล้วตอบสะอึกสะอื้นว่า 'แม่ผมปวดท้องมากเลยครับ แล้วแม่ก็ไม่มีเงินไปหาหมอผมก็เลยต้อง...' แม่มองหน้าเด็กคนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยืนผลไม้ที่ซื้อมาให้เด็กคนนั้นถุงหนึ่ง แล้วบอกว่า 'ทีหลังอย่าขโมยของใครนะ ถ้าไม่มีเงินมาขอเงินน้าไปซื้อก็ได้นะน้าชื่อสมพรเปิดร้านเย็บผ้าอยู่ใกล้ๆนี่เองถามคนแถวนี้ก็ได้ รู้จักน้าแทบทุกคนเลยแหละ

เอ้า...เอา ส้มไปฝากคุณแม่ซิคนป่วยนะต้องกินผลไม้มากๆ จะได้หายไวๆ รู้มั้ย' แม่เสริมพร้อมกับยิ้ม เด็กคนนั้นอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะรับส้มพร้อมกับพูดขอบคุณแม่แล้วเดินจากไป

หลังจากนั้นพอกลับมาถึงบ้าน ฉันก็ถามแม่ทันที'ทำไมแม่ต้องช่วยเด็กคนนันด้วยละ รู้จักกันหรอจ้ะ' แม่ยิ้มแล้วตอบฉันว่า 'ไม่รู้จักหรอก แต่แม่เห็นเด็กคนนั้นรับจ้างหาบขนมขายอยู่แถวบ้านเราน่ะลูก แต่แกคงจำแม่ไม่ได้หรอกแม่ซื้อขนมแกอยู่ไม่กี่ครั้งเอง' 'แต่นั้นก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องช่วยเหลือเขาถ้าเขาเป็นขโมยนี่แม่'ฉันถามต่อ แม่มองหน้าฉันแล้วพูดว่า 'แม่เชื่อว่าเด็กที่เคยหาเงินด้วยตัวเองมาก่อนตั้งแต่อายุเท่าๆกับลูกจะต้องเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบรู้คุณค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์ว่ากว่าจะได้มามันเหนื่อยยากขนาดไหนและคนที่มีความรับผิดชอบนะ จะไม่มีทางขโมยของใครนอกจากจะจำเป็นจริงๆเมื่อเขาไม่มีทางอื่นให้เลือกแล้วเท่านั้น'


ฉันฟังแล้วก็ถามแม่ต่อว่า 'แล้วต่อไปถ้าเขามาขอเงินแม่ไปซื้อยาอีก แม่จะให้เขารึเปล่า' 'ให้สิลูกถ้ามันไม่มากไม่มายอะไร 'แล้วแม่ไม่เสียดายเงินหรอบ้านเราก็ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนบ้านป้าหนอมเขานะแม่''ถึงแม่จะไม่มีเงินทองมากนักแต่การที่ได้ช่วยเหลือคนที่กำลังลำบากน่ะ มันทำให้แม่มีความสุขแล้วยังได้บุญอีกด้วยนะแค่นี้แม่ก็พอใจแล้ว ไม่อยากได้อะไรตอบแทนหรอก'แล้วแม่ก็พูดต่ออีกว่า 'จำไว้นะลูก คนเรานะต้องรู้จักให้อภัยและให้โอกาสคนอื่นแก้ตัวเสมออย่างเด็กคนนั้น..แม่มั่นใจว่าแกทำไปเพราะรักคุณแม่ของแกจริงๆ แม่ถึงช่วยแกเอาไว้' แล้วแม่ก็พูดต่อว่า 'ลูกอาจจะบอกว่าขโมยเป็นสิ่งทีผิด ใช่...แม่ไม่เถียงแต่บางครั้งคนเราก็ต้องมองด้านอื่นๆบ้าง อย่าคิดแต่เรื่องทรัพย์สินเงินทอง ตอนนี้ลูกอาจจะยังฟังไม่เข้าใจ แต่แม่เชื่อว่าสักวันลูกจะเข้าใจเองแหละ'

หลังจากนั้น ฉันกับแม่ก็หันไปคุยเรื่องอื่นๆกันต่อ ฉันเองไม่เคยคิดเรื่องนี้ี้อีกเลยจนเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ทำให้ฉันต้องย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้งทั้งน้ำตา ว่าคำพูดของแม่ในครั้งนี้ถูกต้องที่สุดจริงๆหลังจากนั้นฉันเรียนจบระดับปริญญาตรีจากสถาบันราชภัฏแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด แล้วฉันก็ได้งานทำในโรงงานในตัวจังหวัดนั้นเอง เงินเดือนก็พอประมาณ สามารถเลี้ยงดูแม่ได้โดยไม่ขัดสนนัก ฉันก็เลยขอร้องให้แม่หยุดรับจ้างเย็บผ้าเพราะอยากให้แม่พักผ่อนบ้างหลังจากทำงานหนักมาเกือบ 20 ปีเพื่อส่งฉันเรียน แม่ยอมปิดร้านแต่ก็ยังรับงานเล็กๆ น้อยๆของเพื่อนบ้านมาทำบ้างโดยไม่คิดเงินแม่บอกว่าถ้าไม่ได้ทำอะไรเลยจะรู้สึกเบื่อ ฉันก็เลยต้องยอมตามใจแม่
ฉันทำงานอยู่ประมาณ 2-3 ปี แม่ก็เริ่มรู้สึกไม่สบายเริ่มจากปวดหัวบ่อยขึ้น ช่วงแรกๆไม่กี่วันก็หายหลังจากนั้นก็เริ่มเป็นนานขึ้นเรื่อยๆ ฉันบอกให้แม่ไปหาหมอแล้วฉันก็พาแม่ไปหาหมอในเมืองหมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก แค่ทำงานหนักมากเกินไปหมอให้ยามาชุดหนึ่งพร้อมกำชับให้พักผ่อนมากๆจะได้หายเร็วๆ หลังจากกินยาตามที่หมอสั่งอาการปวดหัวของแม่ก็หายไปฉันเริ่มสบายใจขึ้น แต่หลังจากไปหาหมอได้ประมาณหนึ่งเดือนแม่ก็เริ่มกลับมาปวดหัวอีกคราวนี้เป็นหนักมากกว่าครั้งที่แล้วยาที่เคยกินแล้วได้ผลมาก่อนก็ไม่ได้ผลเลย ฉันกังวลใจมากพอถามหมอหมอก็บอกว่าต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯเพราะว่าเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมกว่าโรงพยาบาลต่างจังหวัด


หลังจากนั้นฉันรีบพาแม่ไปกรุงเทพฯทันทีไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งหลังจากหมอตรวจแล้วบอกว่ามีเนื้องอกในสมองต้องผ่าตัดโดยด่วน หากปล่อยทิ้งไว้อาจไปทับเส้นประสาททำให้เป็นอัมพาตได้ หรือถ้าผ่าตัดไม่ทันก็อาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต ฉันตกใจมากของให้หมอผ่าตัดให้ทันทีแต่หมอบอกว่าโรงพยาบาลที่มีหมอผ่าตัดสมองที่มีความพร้อมที่จะผ่าตัดเนื้องอกในสมองเป็นอีกโรงพยาบาลหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงมากกว่า ดังนั้นหมอจึงต้องส่งตัวคนไข้ไปยังโรงพยาบาลนั้น ฉันก็ตกลงหลังจากถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลดังกล่าวแล้วแม่ก็ถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที ขณะที่ฉันรออย่างกังวลใจอยู่ด้านนอก ทั้งเรื่องอาการป่วยของแม่และจากคำพูดของหมอที่ทิ้งท้ายไว้ก่อนส่งตัวแม่มาที่โรงพยาบาลแห่งนี้

หมอบอกให้ทำใจไว้บ้าง เพราะการผ่าตัดสมองเป็นการผ่าตัดที่เสี่ยงมากโอกาสที่คนไข้จะเสียชีวิตมีมาก แม้การผ่าตัดจะประสบความสำเร็จก็ตาม อีกเรื่องก็คือค่าใช้จ่ายใน การผ่าตัดสมองค่อนข้างสูง เป็นหลักแสนบาท เมื่อรวมกับค่ายาระหว่างพักฟื้น คิดแล้วน่าจะต้องใช้เงินราวๆ ห้าแสนบาท ฉันได้ยินแล้วแทบลมจับ ฉันจะไปหาเงินห้าแสนบาทมาจากไหนลำพังเงินเก็บของฉันกับแม่ยังมีไม่ถึงห้าหมื่นบาทเลย แต่ยังไงฉันก็ต้องรักษาแม่ให้หายส่วนเรื่องเงินไว้คิดทีหลัง หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้นลงเป็นโชคดีของแม่ทีการผ่าตัดประสบผลสำเร็จและไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆทางโรงพยาบาลบอกให้พักฟื้นประมาณหนึ่งเดือนก็สามารถไปพักฟื้นที่บ้านได้ ทางโรงพยาบาลแจ้งรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาให้ฉัน ปรากฏว่าเป็นเงินจำนวนไม่ถึงหนึ่งพันบาทเป็นค่าติดต่อประสานงานเท่านั้น ฉันแปลกใจมากจึงสอบถามกับนางพยาบาล นางพยาบาลบอกว่าคุณหมอที่เป็นคนผ่าตัดและเป็นเจ้าของไข้ บอกไม่ให้คิดเงินกับฉันและแม่ โดยที่ทางโรงพยาบาลก็ไม่ทราบสาเหตุ ฉันจึงขอพบคุณหมอคนนั้นเพื่อขอบคุณ นางพยาบาลบอกว่าหลังจากเสร็จคุณหมอก็ถูกส่งตัวไปต่างประเทศทันทีเพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผ่าตัดสมองที่อเมริกา แต่คุณหมอได้ฝากจดหมายไว้ให้ฉันกับแม่ โดยกำชับกับทางโรงพยาบาลให้ฝากให้ฉัน พร้อมกับใบเสร็จค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของทางโรงพยาบาลในวันที่แม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ เมื่อกลับถึงบ้าน ฉันกับแม่ก็เปิดอ่านจดหมายของคุณหมอคนนั้น เมื่ออ่านจบทั้งฉันและแม่ก็ร้องไห้ออกมาพร้อมกัน


เนื้อความในจดหมายมีดังนี้
ข้าพเจ้านายแพทย์เดชา ทองวิจิตร แพทย์ผู้ผ่าตัด นางสมพร ภู่จันทร์
ขอสรุปค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทั้งหมดดังนี้
ค่าผ่าตัด 0 บาท
ค่ายาทั้งหมด 0 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่นที่เหลือ 0 บาท
รวมเป็นเงินทั้งหมด 0 บาท
ป.ล. ค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้รับแล้ว เมื่อยี่สิบปีก่อนด้วย ยาแก้ปวด ยาธาตุ ส้มหนึ่งถุง ขอให้สุขภาพแข็งแรงไปอีกนานๆ นะครับคุณน้า
นายแพทย์เดชา ทองวิจิตร


ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความและเพื่อนๆที่ FW Mail ดีๆมาให้ที่ลืมไม่ได้ขอบคุณท่านที่อ่านจนจบและขอบคุณมากๆที่เผยแพร่ต่อไปขอบคุณจริงๆ






0


หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งหัวข้อใหม่ได้
  • คุณไม่สามารถตอบกระทู้นี้

สมาชิกคนอื่นที่ตอบกระทู้นี้

#2 User is offline   Pee306 

  • ขาประจำ
  • Icon
  • กลุ่ม: Senior
  • โพสต์: 172
  • สมัครเมื่อ: 09 August 06
  • เพศ:ชาย
  • จังหวัด:ลาดพร้าว 124 กทมฯ

โพสต์เมื่อ 30 July 2010 - 11:41 น.

อ่านแล้วน้ำตาคลอเลย






0

#3 User is offline   เอ้ อุ่นทิพย์ 

  • โคตรเซียน Peugeot4you
  • Icon
  • กลุ่ม: Senior
  • โพสต์: 791
  • สมัครเมื่อ: 06 May 08
  • เพศ:ชาย
  • จังหวัด:กรุงเทพฯปริมณฑล/แปดริ้ว
  • Interests:๐๘๙๒๑๗๗๐๒๕

โพสต์เมื่อ 30 July 2010 - 12:18 น.

ขอบคุณครับ






0

#4 User is offline   สิงห์ปราจีน 

  • โคตรเซียน Peugeot4you
  • Icon
  • กลุ่ม: Co-Admin
  • โพสต์: 815
  • สมัครเมื่อ: 18 June 08
  • เพศ:ชาย
  • จังหวัด:จ. ปราจีนบุรี

โพสต์เมื่อ 30 July 2010 - 15:46 น.

ขอบคุณป๋าเฮงที่นำเรื่องดี ๆ มาฝาก

และขออนุญาตเน้นข้อความที่เป็นคำสอนด้วยนะครับ






0

#5 User is offline   ปลวกน้อย 

  • สมาชิกใหม่
  • Icon
  • กลุ่ม: Members
  • โพสต์: 22
  • สมัครเมื่อ: 25 November 09
  • เพศ:ชาย
  • จังหวัด:มหาสารคาม

โพสต์เมื่อ 30 July 2010 - 18:19 น.

ซึ้ง






0

#6 User is offline   tui3312 

  • โคตรเซียน Peugeot4you
  • Icon
  • กลุ่ม: Senior
  • โพสต์: 857
  • สมัครเมื่อ: 10 August 06
  • เพศ:ชาย
  • จังหวัด:เชียงใหม่

โพสต์เมื่อ 02 August 2010 - 10:10 น.

ขอบคุณครับ..






0

#7 User is offline   หมูน้อย 

  • ขาใหญ่ประจำบอร์ด
  • Icon
  • กลุ่ม: Senior
  • โพสต์: 220
  • สมัครเมื่อ: 03 November 06
  • เพศ:ชาย

โพสต์เมื่อ 02 August 2010 - 13:31 น.

นายแพทย์คนนั้น ปัจจุบันใช่เป็นเจ้าของ ร.พ.เดชาหรือปล่าวครับ






0

#8 User is offline   Pla109 

  • สมาชิกสามัญ
  • Icon
  • กลุ่ม: Members
  • โพสต์: 51
  • สมัครเมื่อ: 12 October 06
  • เพศ:ชาย
  • จังหวัด:กรุงเทพ

โพสต์เมื่อ 10 August 2010 - 12:09 น.

เรื่องนี้ดีมากเลยครับ จะพยายามทำแบบคุณน้าในเรื่องบ้างครับ






0

#9 User is offline   khlao 

  • สมาชิกสามัญ
  • Icon
  • กลุ่ม: Members
  • โพสต์: 84
  • สมัครเมื่อ: 08 September 08
  • เพศ:ชาย
  • จังหวัด:นครศรีธรรมราช

โพสต์เมื่อ 10 August 2010 - 13:44 น.

:yenta4-emoticon-0090: น่าจะเป็นกลวิธาน.....สอนให้มนุษยเรา...หรือคนไทยเรารักและสามัครคีกันมากๆ...... :26: .จะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข :26: ..... :yociexp42: ความคิดส่วนตัวนะครับ :yociexp42: ....






0

หน้า 1 จาก 1
  • คุณไม่สามารถตั้งหัวข้อใหม่ได้
  • คุณไม่สามารถตอบกระทู้นี้

1 สมาชิกที่กำลังดูกระทู้นี้
0 สมาชิก, 1 ขาจร, 0 ซ่อนตัว