Jump to content


Photo
- - - - -

Peugeot กับ คำว่า depollution fault


  • Please log in to reply
12 replies to this topic

#1 8ช-xxxx

8ช-xxxx

    Guru of Peugeot

  • Members
  • 1123 โพสต์:
  • เพศ:ชาย

โพสต์เมื่อ 26 April 2018 - 17:18 น.

ผมได้รับข้อมูลมา 

 

ขอเล่า และ คงต้องช่วยกันหาข้อมูล

 

รถ PG ปีใหม่ๆ ที่ขึ้น คำว่า depollution fault

 

อธิบายเคร่าๆ คือ

ระบบของรถตรวจจับไอเสีย 

 

แล้วต้นเหตุเกิดจากอะไร?

ระบบของรถ บังคับให้ใช้น้ำมัน เกรด euro5

แต่บ้านเรา ณ วันนี้ แค่ euro4 เอง ซึ่งก็ไม่รู้ euro4 จริงหรือไม่ 

 

 

มาถึงตอนนี้ สรุปว่า  ยก PG มาจากนอกทั้งคัน แต่ไม่คิดถึง น้ำมันบ้านเราเลย 

 

 

ส่วนวิธีแก้

ข้อมูลที่ได้รับต่อมา  ถ้าเรา downgrade หรือ disable  จุดนี้ได้  ปัญหานี้ จบ ครับ 

 

คงต้องหาวิธีแก้จุดนี้ครับ 

 

 

 














#2 Blue Leo

Blue Leo

    ขาประจำ

  • Members
  • 132 โพสต์:
  • เพศ:ชาย

โพสต์เมื่อ 02 May 2018 - 21:03 น.

ขออนุญาติร่วมแสดงความคิดเห็นนะครับ

1.   ใน PG406 D9 ทุก Version เมื่อระบบควบคุมมลภาวะเกิดข้อบกพร่องเกินค่ากำหนด (Euro 3,4,5) จะขึ้นคำว่า
    “ANTIPOLLUTION FAULT” โดยที่ระบบควบคุมมลภาวะต้องใช้วิธีการควบคุมถึง 5 ระบบ   รายละเอียดให้ Google ช่วยค้นหาคำว่า
    “ระบบควบคุมมลภาวะของ Peugeot 406” ซึ่งเป็นบทความเก่าเกือบ 10 ปีมาแล้วอาจไม่ทันสมัย (17482)

2.   ใน PG รุ่นปีใหม่ๆ เมื่อระบบควบคุมมลภาวะเกิดข้อบกพร่อง จะขึ้นคำว่า “depollution system faulty”
    มีท่านใดพอจะมีข้อมูลของระบบควบคุมมลภาวะของ PG รุ่นปีใหม่ๆบ้างครับ อยากได้มาศึกษาครับ ด้วยปัจจุบันเทคโนโลยี่ก้าวหน้าเร็วมาก
    น่าจะถูกพัฒนาให้ดีกว่าที่ใช้ PG 406 D9 ไปมากแล้ว (ผมยังไม่มี PG รุ่นใหม่ ... 555)
   
3.  ลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงเกรด Euro ต่างๆ

    3.1  คำสั่งที่บังคับให้ใช้โดยองค์การมาตรฐานสิ่งแวดล้อมในสหภาพยุโรปและองค์การมาตรฐานอุตสาหกรรมยุโรป (European Standards Organization = CEN)

         หมายเหตุ – nonroad fuel limit คือ ค่ากำหนดสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ได้ใช้ในท้องถนน  เช่นเครื่องยนต์ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมหรือใช้ในเกษตรกรรม

ไฟล์แนบ  1 Fuel-1.jpg   116.78kb   0 จำนวนการดาวน์โหลดไฟล์นี้














#3 Blue Leo

Blue Leo

    ขาประจำ

  • Members
  • 132 โพสต์:
  • เพศ:ชาย

โพสต์เมื่อ 02 May 2018 - 21:08 น.

    3.2    ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเบนซินพื้นฐานและแก๊สโซฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๓  ให้

           มีปริมาณกำมะถันไม่สูงกว่า 50 ppm   ดังนั้นถ้าประกาศนี้ศักดิ์สิทธ์จริง  น้ำมันบ้านเราเป็นเกรด Euro 4 ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2555 และยังไม่มีประกาศเปลี่ยนแปลง
    3.3    กำมะถัน(Sulfur) เกิดขึ้นตามธรรมชาติมีอยู่ในน้ำมันดิบ ที่ถูกกลั่นเป็นน้ำมันเบนซินและดีเซล และจะกลายเป็นก๊าซกรด
           ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในขบวนการเผาไหม้ ทำให้เกิดฝนกรดและการกัดกร่อนในเครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดการก่อตัว
           ของโอโซนและอนุภาคของฝุ่นละอองในอากาศ  ซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นก๊าซระคายเคืองเมื่อสูดดมจะมีผลต่อเยื่อเมือกบุผิว
           (mucous membrane) ด้านในที่บุช่องปาก โพรงจมูก ลำไส้ กระเพาะอาหาร   โดยเยื่อบุผิวนี้มีหน้าที่ปล่อยน้ำเมือกออกมาเป็น
           ปราการป้องกันและช่วยหล่อลื่น รวมทั้งเป็นตัวกลางนำพาน้ำย่อยหรือเอนไซม์ต่าง ๆ ในร่างกาย     SO2 นี้จะทำให้เกิดการระคาย
          เคือง-อักเสบ-ติดเชื้อ
              การลดปริมาณกำมะถันในน้ำมันเบนซินจึงมีความสำคัญเนื่องจากเมื่อถูกเผาไหม้แล้วจะเกิดก๊าซ SO2 ในไอเสีย และก๊าซนี้
          เป็นตัวลดทอนและหน่วงการทำปฏิกิริยาเคมีของ Three-way Catalytic Converter(TWC)  ดังนั้นน้ำมันที่มีกำมะถันผสมอยู่ใน
         ปริมาณน้อยๆจะเป็นประโยชน์สำหรับการควบคุมการปล่อยไอเสียของเครื่องยนต์ได้ดีกว่า 

 

4.  Emission Standards for passenger car / มาตรฐานการปล่อยก๊าซจากไอเสียรถยนต์นั่งของสหภาพยุโรปได้สรุปไว้ในตารางต่อไปนี้

 

            ไฟล์แนบ  2 Emission-1.jpg   115.11kb   0 จำนวนการดาวน์โหลดไฟล์นี้

          

            จากตารางข้างบนจะเห็นว่าในข้อกำหนดมาตรฐานการปล่อยก๊าซจากไอเสียของสหภาพยุโรปไม่ได้กำหนด ค่าปริมาณก๊าซ SO2 ที่
         ปล่อยออกมาในทุก Emission Euro 1- 6 แต่ถูกบังคับให้เป็นไปตามของคำสั่งที่บังคับให้ใช้โดยองค์การมาตรฐานสิ่งแวดล้อมใน
         สหภาพ ยุโรปและองค์การมาตรฐานอุตสาหกรรมยุโรป (European Standards Organization = CEN) ตามข้อ 3.1


แก้ไขโดย Blue Leo: 02 May 2018 - 21:37 น.













#4 Blue Leo

Blue Leo

    ขาประจำ

  • Members
  • 132 โพสต์:
  • เพศ:ชาย

โพสต์เมื่อ 02 May 2018 - 21:11 น.

5. จากพื้นฐานเดิมของระบบควบคุมมลภาวะของ Peugeot 406
    5.1  Three-Way Catalytic Converter (TWC)
           ใน Three-Way Catalytic Converter จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) และรีดักชัน (Reduction) ซึ่งจะเกิดคู่กัน 
           สารตัวที่ทำหน้าที่เป็นตัวให้อิเล็กตรอนเรียกว่า ตัวรีดิวซ์ (Reducing agent) และเรียกสารตัวที่ทำหน้าที่รับอิเล็กตรอนนี้ว่า ตัวออกซิไดส์ (Oxidizing agent)

           โดยปฏิกิริยาออกซิเดชันนี้จะเกี่ยวข้องกับออกซิเจน
     
          จากรูปข้างล่าง แสดงขบวนการทำปฏิกิริยาใน TWC ที่พยามทำการแปลงก๊าซพิษ (HC,CO,NOx) ให้เปลี่ยนโครงสร้างเพื่อลด
     ความเป็นพิษไปเป็น (H2O, CO2, N2) แล้วปล่อยออกสู่บรรยากาศ   ส่วนก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)ในไอเสีย นอกจากเป็นตัว
     ลดทอนและหน่วงการทำปฏิกิริยาเคมีของ Three-way Catalytic Converter(TWC) แล้วตัวสารประกอบที่ใช้ทำ Catalytic ก็ไม่
     สามารถทำให้โครงสร้างของ SO2 เปลี่ยนได้มันจึงถูกปล่อยออกมาเท่าเดิม

         ดังนั้นจึงต้องลดปริมาณ Sulfur ให้เป็นไปตามข้อบังคับของ CEN ตั้งแต่ในขบวนการกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง
     อย่างไรก็ตาม TWC ก็ยังไม่สามารถทำการแปลงก๊าซพิษ (HC,CO,NOx) ได้ทั้งหมด จึงยังคงมีก๊าซพิษเหล่านั้นหลงเหลือออกมา
     จึงต้องมีการกำหนดมาตรฐานการปล่อยก๊าซจากไอเสียรถยนต์นั่นเอง โดยที่ TWC จะมีอายุการใช้งานประมาณ 160,000 ก.ม.

 

ไฟล์แนบ  3 TWC.jpg   114.68kb   0 จำนวนการดาวน์โหลดไฟล์นี้


แก้ไขโดย Blue Leo: 03 May 2018 - 13:55 น.













#5 Blue Leo

Blue Leo

    ขาประจำ

  • Members
  • 132 โพสต์:
  • เพศ:ชาย

โพสต์เมื่อ 02 May 2018 - 21:19 น.

     จากรูปข้างล่างลองมาดู  ก๊าซพิษ (HC,CO,NOx) ก่อนเข้า TWC (เส้นประ) เปรียบเทียบกับ ก๊าซพิษ (HC,CO,NOx) ที่ผ่าน TWC (เส้นสีดำ) มาแล้ว 

จะเห็นว่าก๊าซพิษ (HC,CO,NOx) ทุกตัวก่อนเข้า TWC จะมีค่าสูงกว่า เมื่อก๊าซพิษเหล่านี้ออกจาก TWC มาก 

 
    เมื่ออัตราส่วนผสม(โดยน้ำหนัก)ของอากาศ:น้ำมันเชื้อเพลิง ( Air Fuel Ratio) อยู่ระหว่าง 14.48:1 – 14.62:1 ซึ่งเป็นช่วงที่ TWC
ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเรียกว่าช่วงการควบคุม Lambda (Lambda-Control Range หรือ Catalytic Converter Window)

     แต่ถ้าเปลี่ยน  Air Fuel Ratio เป็น มากกว่า 14.71:1 (ซึ่งเป็นส่วนผสมที่บาง/Lean fuel mixture) หลังผ่าน TWC แล้ว ค่า NOx
จะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนค่า HC, CO ยังคงต่ำอยู่ แต่ถ้าเปลี่ยน  Air Fuel Ratio เป็นน้อยกว่า 14.48:1 (ซึ่งเป็นส่วนผสมที่หนา/Rich fuel mixture)

หลังผ่าน TWC แล้ว ค่า NOx ต่ำลงมาก ส่วนค่า HC, CO จะสูงขึ้นเล็กน้อย

      ดังนั้นการลดหรือขยายช่วงของ Lambda-Control Range ให้แคบหรือกว้างขึ้น มีผลทำให้ค่าปริมาณก๊าซพิษ (HC,CO,NOx)
เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นถ้าช่วงของ Lambda-Control Range จาก กว้าง >>> แคบ จึงใช้เป็นตัวกำหนดมาตรฐานการปล่อยก๊าซ Euro 1 >>> 6 นั่นเอง

 

ไฟล์แนบ  4 w14ss.jpg   111.8kb   0 จำนวนการดาวน์โหลดไฟล์นี้














#6 Blue Leo

Blue Leo

    ขาประจำ

  • Members
  • 132 โพสต์:
  • เพศ:ชาย

โพสต์เมื่อ 02 May 2018 - 21:20 น.

      จากรูปข้างล่างจะเห็นว่า ที่ส่วนผสม  Air Fuel Ratio เป็น 14.7:1 จะเป็นจุดที่การเผาไหม้สมบูรณ์ที่สุดตาม
ทฤษฎี(Stoichiometric(Ideal))   แต่จะได้กำลังงานสูงสุดเมื่อส่วนผสม  Air Fuel Ratio เป็น 12.6:1 ซึงเป็นส่วนผสมที่หนา

หรือถ้าต้องการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่สุดก็ต้องที่ส่วนผสม  Air Fuel Ratio เป็น 15.4:1 ซึงเป็นส่วนผสมที่บาง
      สรุปว่า :  
         - ต้องการกำลังงานสูงสุด – เปลืองน้ำมัน – มีก๊าซพิษมาก
         - ต้องการประหยัด - ได้กำลังงานต่ำ – มีก๊าซพิษ NOx มาก
         - ถ้าถูกบังคับด้วยข้อกำหนดมาตรฐานการปล่อยก๊าซจากไอเสีย ก็ต้องอยู่ใกล้ๆ Stoichiometric(Ideal) ค่อนไปทางส่วนผสมที่หนา

           (ช่วง Lambda-Control Range) ได้กำลังงานต่ำลงมาหน่อย ความประหยัดก็รับได้ ก๊าซพิษน้อยลง

ไฟล์แนบ  5 Stoichiometric-Graph.jpg   52.24kb   0 จำนวนการดาวน์โหลดไฟล์นี้














#7 Blue Leo

Blue Leo

    ขาประจำ

  • Members
  • 132 โพสต์:
  • เพศ:ชาย

โพสต์เมื่อ 02 May 2018 - 21:23 น.

   5.2  Oxygen Sensor / อุปกรณ์ตรวจวัดปริมาณ ออกซิเจน (O2)
            Oxygen Sensor จะทำหน้าที่เฝ้าตรวจจับปริมาณออกซิเจน (O2) ที่เหลือจากการเผาไหม้ออกมากับไอเสีย แล้วส่งข้อมูลให้
         ECU นำไปประเมินผลแล้วสั่งการให้หัวฉีด (Fuel Injector) ปรับแต่งการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ขณะนั้นๆ

         และรวมถึงการสั่งการให้อุปกรณ์ควบคุมมลภาวะต่างๆทำงานตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

            ปกติแล้ว O2 Sensor จะผลิตแรงดันไฟฟ้าออกมาในช่วง 0.2 - 0.9 Voltsและที่ Air-fuel ratio = 14.7:1 เป็นจุดที่การเผาไหม้
         สมบูรณ์ จะอยู่ที่ค่า 0.45 v     โดยที่ Oxygen Sensor มีอายุการใช้งานประมาณ 160,000 ก.ม. เช่นกัน   ถ้า Oxygen Sensor วงจร
        ไฟฟ้าขาด ช๊อตติดกัน หรืออ่านค่าเกินขอบเขตที่ได้ออกแบบไว้ มันจะถูก ECU บันทึกรหัสความบกพร่องไว้ (Fault Code) พร้อมกับ
        แจ้งเป็นไฟเตือนรูปเครื่องยนต์ขึ้นด้วย

ไฟล์แนบ  6 O2-Curve-1.jpg   49.7kb   1 จำนวนการดาวน์โหลดไฟล์นี้














#8 Blue Leo

Blue Leo

    ขาประจำ

  • Members
  • 132 โพสต์:
  • เพศ:ชาย

โพสต์เมื่อ 02 May 2018 - 21:26 น.

         จากรูปข้างล่างแสดงสัญญาณที่ได้จาก Oxygen Sensor จะเป็นรูปคลื่นที่มีความถี่ประมาณ 4 Hz. ดังรูป

   รูปบนซ้าย เป็นรูปคลื่นเมื่อส่วนผสมเหมาะสม                        รูปบนขวา เป็นรูปคลื่นเมื่อส่วนผสมหนา, O2 เหลือน้อย
   รูปล่างซ้าย เป็นรูปคลื่นเมื่อส่วนผสมบาง, O2 เหลือมาก         รูปล่างขวา เมื่อ Sensor รูปคลื่นจะแคบลงและย้ายฝั่งไปทางต่ำกว่า 0.45 v

 

ไฟล์แนบ  7-O2-Wave.jpg   116.01kb   1 จำนวนการดาวน์โหลดไฟล์นี้


แก้ไขโดย Blue Leo: 03 May 2018 - 14:01 น.













#9 Blue Leo

Blue Leo

    ขาประจำ

  • Members
  • 132 โพสต์:
  • เพศ:ชาย

โพสต์เมื่อ 02 May 2018 - 21:29 น.

     เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์  Oxygen Sensor จะค่อยๆร้อนขึ้นในช่วงนี้ ECU จะตัดสัญญาณจาก Sensor นี้แล้วให้ใช้ค่า(Default) คงที่
ของ Air-fuel ratio = 14.7:1 คือที่ 0.45 v ช่วงเวลาการตัดสัญญาณจาก Sensor นี้เรียกว่า Open Loop   ซึ่งคอมพิวเตอร์รู้ว่านี่เป็นค่า
"ผิดกฎหมาย" จึงตัดสินว่าเมื่อเซนเซอร์ยังไม่พร้อม มันจึงยังคงให้ทำงานอยู่ที่ค่า Open Loop นี้โดยที่การควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อ
เพลิงและเครื่องยนต์ยังทำงานได้ราบรื่น แม้ไอเสียจะมีมลพิษทางอากาศมากขึ้น พลังงานที่หายไป ไม่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงก็ตาม

                

     จนถึงอุณหภูมิสูง Oxygen Sensor สูงขึ้นถึงอุณหภูมิทำงาน (ประมาณ 600 ˚C)   มันจึงจะเริ่มทำหน้าที่ตรวจจับปริมาณออกซิเจน
ได้อย่างถูกต้องพร้อมที่จะส่งข้อมูลให้ ECU แล้ว  จากนั้น ECU จะสับเปลี่ยนให้มาใช้สัญญาณจาก Sensor แทน  ซึ่งช่วงเวลานี้มัน
จะทำงานอย่างต่อเนื่องเรียกว่าเป็นช่วง Closed Loop เพื่อนำไปประเมินผลปรับแต่งควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้หัวฉีดให้เป็น
ไปตามที่ได้โปรแกรมไว้เพื่อควบคุมให้ไอเสียปล่อยมลพิษทางอากาศเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไป

     จากรูปข้างล่าง แสดงลักษณะสัญญาณที่เหมาะสมของคลื่นสัญญาณของ O2 Sensor

       1. รูปบนเป็นของ O2 Sensor ตัวหน้า TWC  และรูปกลางเป็นของ Sensor ตัวหลัง  เมื่อทั้ง Sensor และ TWC ใช้งานได้เป็นปกติดี
       2. รูปล่างเป็นของ O2 Sensor ตัวหลัง TWC เมื่อ Sensor ใช้งานได้เป็นปกติดี แต่ TWC หมดสมรรถภาพแล้ว

ไฟล์แนบ  8 O2-Curve.jpg   111.04kb   0 จำนวนการดาวน์โหลดไฟล์นี้














#10 Blue Leo

Blue Leo

    ขาประจำ

  • Members
  • 132 โพสต์:
  • เพศ:ชาย

โพสต์เมื่อ 02 May 2018 - 21:35 น.

 6.     บรรยายมาเสียยืดยาว จากเรื่องราวง่ายๆกลับกลายเป็นเรื่องวิชาการที่ยุ่งยาก แต่การรู้ทฤษฎีย่อมมีประโยชน์ในการนำข้อมูลไปใช้
     ในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาและปรับปรุงพัฒนาได้ง่ายขึ้น

     6.1   ถ้ายก PG รุ่นปีใหม่ๆที่ประกอบนอกทั้งคัน (Euro 5, 6) มาใช้ในบ้านเรา และใช้น้ำมัน Euro 4 ที่มีปริมาณกำมะถันไม่สูงกว่า
           50 ppm จะเป็นอะไรไหม ?  เป็นเหตุให้ขึ้นคำว่า “depollution system faulty” ได้หรือไม่ ? (PG 406 D9 Version L5 ก็เป็น Euro 5)
           ลองพิจารณาดูครับ

     6.2   เราจะ Downgrade หรือ Disable  ระบบนี้ได้หรือไม่อย่างไร ?  

               เมื่อข้อกำหนดมาตรฐานการปล่อยก๊าซจากไอเสียเข้มข้นขึ้น (Euro สูงขึ้น)  ก็จะต้องทำให้ช่วงของ Lambda-Control Range แคบลง

           หรือพัฒนา TWC ให้มีประสิทธิผลในการกำจัดปริมาณก๊าซพิษได้มากขึ้น   ดังนั้นระบบควบคุมมลภาวะยิ่งมี Euro สูง ยิ่งช่างฟ้องว่า“ Fault ” ได้ง่ายขึ้น 

           และมีแต่ Oxygen Sensor เท่านั้นที่เป็นผู้ตรวจสอบสถานะ

               เมื่ออัตราส่วนผสม(โดยน้ำหนัก)ของอากาศ:น้ำมันเชื้อเพลิง ( Air Fuel Ratio) อยู่ระหว่าง 14.48:1 – 14.62:1 จะเป็นช่วงที่ TWC

            ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเรียกว่าช่วงการควบคุม  ที่จุดนี้ท่านคิดว่าแรงดันไฟฟ้าจาก Oxygen Sensor ควรอ่านได้ค่าเท่าใด ?  

               หรือจะใช้ค่า Default ของ Open loop ที่ 0.45 v  แล้วเอาค่านี้ไปหลอก ECU ว่าเป็นค่าที่ O2 Sensor อ่านได้ เพื่อปิดปากไม่ให้มันส่งสัญญาณเตือนอีก

            เมื่อมันเข้าไปอยู่ในช่วง Closed Loop (เนื่องจากขณะที่มันอยู่ใน Open Loop จะไม่มีการเตือน)   แต่มี O2 Sensor ที่ทั้งก่อนและหลัง TWC

            แล้วจะไปหลอกที่ตัวไหนและหลอกอย่างไร (ลองศึกษาเรื่อง กล่องหลอก O2 Sensor หรือ Lambda)
            และการหลอกนี้น่าจะเป็นการ Downgrade ระบบจากอุปกรณ์เสริมจากภายนอก ส่วนในเครื่องมือ PPS ยังไม่เห็นจุดที่จะเข้าไปทำการ Disable ระบบนี้ได้เลย .....    
 
    จึงเรียนมาด้วยความเคารพเพื่อโปรดร่วมกันพิจารณาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ


แก้ไขโดย Blue Leo: 03 May 2018 - 14:08 น.













#11 8ช-xxxx

8ช-xxxx

    Guru of Peugeot

  • Members
  • 1123 โพสต์:
  • เพศ:ชาย

โพสต์เมื่อ 04 May 2018 - 07:10 น.

ขอบคุณ สำหรับข้อมูลครับ 

 

PPS น่าจะเก่าไปแล้ว สำหรับเล่นกับ PG รุ่นใหม่ ๆ 

 

แหล่งข้อมูลที่ผมได้มา ไม่บอกวิธี  ไม่ใช่วิธีติดกล่องหลอกแน่นอน 

เล่นอยูแถวๆ software ครับ 














#12 pg-b

pg-b

    สมาชิกใหม่

  • Members
  • 3 โพสต์:

โพสต์เมื่อ 04 May 2018 - 21:27 น.

ขอบคุณครับ ได้ความรู้ดีๆ โดยเฉพาะจากคุณ Blue Leo แต่ก็มีข้อสงสัยเกี่ยวกับ Catalytic Converter (TWC) ซึ๋งปัจจุบันของที่ติดรถมาถึงแม้จะเป็น L5ก็ตามน่าจะถึงอายุต้องเปลี่ยนกันแล้ว จึงอยากขอคำแนะนำสำหรับการเตรียมตัวในการหาทดแทนของเก่า 

1.ของแท้ก็ไม่แน่ใจว่าตัวแทนจำหน่ายมีของไหมและราคาอาจสูงมาก

2.ของมือ2ก็เข้ามาน้อยและหายาก

3.ของใหม่ที่มีผู้นำเข้าแต่specระบุตาม c.c.ของเครื่องยนต์ และเทียบขนาดและรูปลักษณ์ภายนอกของตัว catalytic ซึ่งspecของตัวกรองอาจหยาบกว่า

   ถ้านำมาทดแทนจะมีปัญหาฟ้อง Antipollution fault ขึ้นได้ง่ายไหม


แก้ไขโดย pg-b: 04 May 2018 - 21:30 น.













#13 Moolek205

Moolek205

    ขาประจำ

  • Members
  • 180 โพสต์:
  • เพศ:ชาย
  • จังหวัด:นครหริภุญชัย

โพสต์เมื่อ 05 May 2018 - 07:09 น.

แบบนี้อายุรถ 406d9 สิบกว่าปีมาแล้ว ขึ้นฟอร์ทอย่างที่ว่ามา ก็ต้องปล่อยเลยตามเลยสิครับ 55 จะให้ทำตามค่าที่กำหนดคงไม่ไหว